ปัญหาเเรงงานทาส กับ นิยามทาสสมัยใหม่

ปัญหาเเรงงานทาส กับ นิยามทาสสมัยใหม่

  คนไทยทุกคนรู้กันดีนะครับว่า เราเลิกทาสกันไปนานเเล้ว เเละก็ทั่วโลกไม่มีการยอมรับการใช้เเรงงานทาส เเต่ว่าจากรายงานล่าสุด พบว่ายังมีคนราว 36 ล้านคน ที่ยังใช้ชีวิตอยู่เยี่ยงทาส เเละอินเดียก็ได้ครองเเชมป์ประเทศที่มีทาสมากที่สุด จากการสำรวจของมูลนิธิ Walk Free ซึ่งเป็นมูลนิธิเป็นองค์กรที่คอยเคลื่อนไหวอยู่กับการต่อต้านการใช้เเรงงานทาสในปัจจุบัน โลกของเรามีประชากรราว 36 ล้านคน ที่ยังมีสถานะการเป็นอยู่เยี่ยงทาส โดยรายงานว่า ประเทศที่มีทาสมากที่สุด คือ ประเทศอินเดีย มีทาสราว 14 ล้านคน รองลงมาอันดับสอง คือ จีน มีทาสราว 3 ล้านคน เเละตามด้วย ปากิสถาน อุซเบกิสถานเเละรัฐเซีย เเต่ถ้ามองในจำนวนทาสต่ออัตราจำนวนประชากรเเล้วละก็ เราจะพบว่า ประเทศที่มีทาสต่อจำนวนประชากรมากที่สุด คือ มอริเตเนีย 4 % อุซเบกิสถาน 3.9 % เฮติ 2.3 % กาตาร์ 1.38 %  ซึ่งเหตุผลที่ประชาชนยังคงเป็นทาสอยุ่นั่นก็คือ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการพัฒนาทางด้านนี้ เป็นการกดขี่เเรงงาน คนต้องทำงานหนัก ..

ซิ่งดีนัก ดับเครื่องชน!

ซิ่งดีนัก ดับเครื่องชน!

  เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาของวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 บริเวณสี่เเยกไฟแดง กบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้เกิดเหตุรถยนต์เก๋งนั่งส่วนบุคลไล่ชนแก๊งรถจักรยานยนต์ที่วิ่งตามกันมา ส่งผลให้รถจักรยานยนต์คันที่อยู่ข้างหน้าถูกชนล้มลงบนพื้นถนนหลายคัน กลุ่มวันรุ่นที่ขี่จักรยานยนต์ได้รับบาทเจ็บไปหลายราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจพุทธธรรมกบินทร์บุรี ต้องช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี จำนวน 5-6 คน ซึ่งในเบื้องต้นได้ทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่โดยรถเก๋งชนนี้ เป็นเเก๊งเด็กเเว้นซ์ที่จับกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ในเวลาค่ำคืน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เป็นประจำ เเล้วกลุ่มนี้ได้ออกมาจากงานคาราวานรถคลาสสิกคาดว่าน่าจะไปจับกลุ่มร่วมงานคาราวานรถคลาสสิก ที่มีการจัดงานอยู่ในบริเวณโรงเรียนอนุบาลกบินทร์บุรี โดยมีการขี่เเข่งกันมาตามถนนหลวงสาย 304 กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปจังหวัดฉะเชิงเทรา เเล้วเมื่อพอมาถึงบริเวณสี่เเยกไฟแดงกบินทร์บุรี กลุ่มเด็กเเว้นซ์ดังกล่าวนี้ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดตรงสัญญาณไฟ เพื่อรอสัญญาณไฟ เกือบ 100 คัน เเละเมื่อพอไฟเขียว ทุกคันต่างก็เร่งเครื่องยนต์แข่งกันไปจนเสียงดังเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็มีรถเก๋ง สีฟ้า ซึ่งไม่ทราบยี่ห้อของรถ รุ่นเเละหมายเลขทะเบียนที่ขับตามหลังมา ได้ทำการเร่งเครื่องเเละพุ่งเข้าชน รถจักรยานยนต์ของกลุ่มเด็กเเว้นซ์นี้ ทำให้รถจักรยานยนต์ที่อยู่ข้างหน้าล้มระเนระนาดอยู่หลายคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ส่วนทางรถยนต์เก๋งสีฟ้านั้นก็ได้เร่งเครื่องยนต์ทำการหลบหนีไป เบื้องต้นสาเหตุอาจจะเป็นเพราะรถเก๋งไม่พอใจกลุ่มเด็กเเว้นซ์ที่ขี่รถจักรยานยนต์เเละมักจะปิดถนนเเข่งรถกันเป็นประจำ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่นั้น ได้สัณนิฐานว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว อาจจะไม่พอใจที่กลุ่มเด็กเเว้นซ์หลายคันเร่งเครื่องต่อหน้า หรือไม่ก็อาจจะมาจากปัญหาก่อนหน้าที่เป็นคู่อริกันอยู่เเล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป   &nbsp

ปิดกั้นประเทศไทย ปิดเสียงประชาชน

ปิดกั้นประเทศไทย ปิดเสียงประชาชน

  จากที่ได้เป็นข่าวมาที่ คุณ ณาตยา เเวววีรคุปต์ ผู้ดำเนินรายการ เสียงประชาชนเปลี่ยนประเทศไทย ในตอน เสียงประชาชนต้องฟังก่อนปฏิรูป เเละได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นการคุกคามเเละละเมิดเสรีภาพของสื่อเป็นที่สุด เเม้กระทั่งสื่อสาธารณะช่อง ThaiPBS โดยเหตุการณ์นั้นได้มีทหารกลุ่มหนึ่ง ได้บุกเข้าพบผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เเละได้มีคำสั่งให้ยุติการทำหน้าที่ของ คุณณาตยา โดยอ้างว่า นายไม่พอใจในการตั้งคำถามของผู้ดำเนินรายการ เเละได้อ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่ให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเผยเเพร่รายการ จะเห็นว่า การใช้อำนาจของทหารที่เข้ามาเเทรกเเทรงสื่อเเบบนี้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเเละเสรีภาพของสือมวลชนเป็นอย่างมาก เป็นการละเมิดสิทธิเเละเสรีภาพของประชาชนที่จะมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับสื่อสาธารณะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสื่อของประชาชนโดยเเท้จริง เป็นสื่อสารณะที่มาจากเงินภาษีของประชาชนทุกคน ดังนั้นประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆของทางโทรทัศน์ไทยพีบีเอสทั้งหมดรวมทั้ง รายการเสียงประชาชนต้องฟังก่อนปฏิรูปด้วย ถ้าขนาดเสียงของประชาชนพวกคุณยังไม่ฟัง เพียงเพราะอ้างเหตุผลของการตั้งคำถามของพิธีกรที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำรัฐประหาร เหมือนการซ่อนขยะไว้ใต้พรม ข้างหน้าดูดีเรียบร้อย เเต่ต่างพล้อยเต็มไปด้วยขยะใต้พรมที่ซ่อนไว้มากมาย การที่จะปฏิรูปควรที่จะรับฟังเสียงของประชาชนบ้างว่า ประชาชนนั้นต้องการอะไรเเละที่สำคัญควรจะให้ประชาชนได้ฟังเเละรับรู้ข้อคิดเห็นเเลกเปลี่ยนความรู้เเละข้อมูลข่าวสารของประชาชนด้วยกันเอง ไม่ใช่มาทำการปิดกั้น ละเมิดสิทธิเเละเสรีภาพของสื่อและประชาชนเเบบนี้ เเล้วนี่หรอที่เรียกว่า มีเสรีภาาพ ทั้งที่ไม่ได้วิจารณ์ ไม่ใช่ความผิดของประชาชน แแต่ทำให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศไม่ได้รับฟังข้อคิดเห็นจากตัวเองของพวกเขาด้วยกันเอง อยากจะให้ทางผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยืนหยัดต่อสู้และปกป้องเสรีภาพของสื่อมวลชนเเละปกป้องสิทธิ์ที่ประชาชนทุกคนจะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากอำนาจของกลุ่มคนบางกลุ่ม เเละเรียกร้องอยากให้คุณณาตยา กลับมาดำเนินรายการดังเดิม เพราะคุณณาตยาได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้อย่างดีที่สุดเเละเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เเต่ในบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะ ยกเว้น Thailand Only อีกหรือป่าว? เเล้วอย่างนี้ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร? รายการดี มีประโยชน์ต่อประเทศชาติเเละได้เป็นเสียงสะท้อนหรือความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนจริงๆ ยังทำได้ลงคอ…Think ..

ประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาการเเพทย์  2014

ประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาการเเพทย์ 2014

  The Nobel Assembly at Karolinska Institutet ได้ทำการตัดสินให้รางวัลโนเบลในสาขาการเเพทย์ ประจำปี 2014 ในวันที่ 6 ตุลาคม โดยผู้ที่ได้รับรางวัล 3 คน ได้ เเก่ John O’Keefe  May-Britt Moser  Edvard I. Moser   สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลคือ การค้นพบเซลล์ของระบบที่ใช้ระบุตำแหน่งในสมอง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่ไหน? เราสามารถหาวิธีออกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างไร? และวิธีที่เราสามารถจัดเก็บข้อมูลเเยกเเยะสิ่งใหม่ได้อย่างไรเเละเราสามารถหาวิธีที่ใช้ในครั้งต่อไปตามเส้นทางเดียวกันนี้ได้อย่างไร? สำหรับรางวัลโนเบลปีนี้ 2014 ได้ค้นพบระบบระบุตำแหน่ง “GPS ภายในสมอง” สร้างความเป็นไปได้ถึงการบอกทิศทางของตัวเองในพื้นที่นั้น เเสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้พื้นฐานสำหรับเซลล์ขั้นสูง ในปี 1971 John O’Keefe ได้ค้นพบองค์ประกอบแรกของระบบระบุตำแหน่งนี้ เขาได้ทำการหาชนิดของเซลล์ประสาทในบริเวณพื้นที่ส่วน Hippocampus ของสมอง ที่ถูกกระตุ้นตลอดเวลากับหนูเมื่ออยู่ในห้องทดลอง เเต่เมื่อนำหนูไปในสถานที่อื่นเซลล์กลับไม่ถูกกระตุ้น John O’Keefe จึงสรุปว่า “เซลล์บอกสถานที่” หรือ “place cells” สำหรับบอกแผนที่ของห้อง 3 ทศวรรษถัดมา ในปี ..

ทำแท้งง่ายอย่างนี้เชียวหรือ?

ทำแท้งง่ายอย่างนี้เชียวหรือ?

ในปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับว่า ในโลกออนไลน์หรือในอินเทอร์เน็ตนั้น เพียงเเค่เราค้นหาคำว่า “ทำเเท้ง” หรือมีข้อความทำนองการทำเเท้ง ยุติการตั้งครรภ์ เราก็พบว่า มีการประกาศ เปิดเว็บไซต์ขายยาทำเเท้งกันเป็นจำนวนมาก ผ่านทางเว็บไซต์ เเละทางโซเชียวมีเดีย     ทีมงานจากทางข่าวไทยรัฐ ได้ทำการตรวจสอบเพื่อล่อซื้อยาทำเเท้งผ่านทางเว็บไซต์ของทางคลินิกแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวสุขุมวิท ที่พบจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งเว็บไซต์ของทางคลินิกดังกล่าว ได้ระบุข้อความว่า “สามารถทำเเท้งได้ ภายในวันเดียวในราคา 3,000 บาท” เเละหากผู้มาทำแท้งทนความเจ็บปวดไม่ได้ ก็จะมียาให้รับประทาน หรือไม่ก็เป็นยาสอดเเทนยาที่ใช้รับประทาน ซึ่งได้มีบริการ การจัดส่งยาผ่านทางไปรษณีย์สำหรับคนที่เดินทางมาทำเเท้งด้วยตัวเองไม่สะดวก นอกจากนี้เเล้วทางทีมงานของไทยรัฐ ยังพบว่า มีการจำหน่ายยาทำแท้งของอีกคลินิกผ่านทางเว็บไซต์ รวมทั้งเว็บของ สมาคมวางเเผนครอบครัวชื่อดังเเห่งหนึ่ง อยู่ภายในช่องวิภาวดีที่จำหน่ายยาทำเเท้งให้กับหญิงที่มีอายุครรภ์มากกว่า 4 เดือนขึ้นไป ทางทีมงานไทยรัฐ ได้ทำการสนทนาเพื่อล่อซื้อยาจากทางคลินิกชื่อดังเเห่งนี้ ซึ่งจะเห็นว่า การสั่งซื้อยาทำเเท้งผ่านทางเว็บไซต์นั้น ทำได้ง่าย ซึ่งไม่มีการซักถามประวัติไม่มีการตรวจสุขภาพ หรืออายุของผู้ตั้งครรภ์ ทำเเค่เพียงเเจ้งอายุของครรภ์โดยประมาณก็สามารถซื้อยาได้เเล้ว ซึ่งอายุครรภ์ที่มากที่สุดอยู่ที่ 7 เดือน จะมีการจ่ายยาให้ประมาณ 12 เม็ด ตกราคาเม็ดล่ะ 500 บาท เมื่อทางทีมงานไทยรัฐ ได้ถามถึงความกังวล เรื่องของความปลอดภัยในการใช้ยากลับไม่ได้รับคำตอบที่มั้นใจถึงความปลอดภัย ..

เผยกลุ่มติดป้ายประท้วง TU130

เผยกลุ่มติดป้ายประท้วง TU130

หลักจากที่เป็นกระเเสกันมากในโลกออนไลน์ เรื่องของการสอนของอาจารย์ มธ. ท่านหนึ่งที่ได้ทำการสอนวิชา TU130 ที่ได้สั่งให้เด็กที่นั่งพื้น ให้ลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้ เเละได้กล่าวตำหนินักศึกษากลุ่มที่นั่งพื้นว่า “…ฉันไม่ได้สอนเด็กวัด..”  โดยมีคนถ่ายคลิปวิดีโอออกมาเผยเเพร่ ผ่านโลกออนไลน์ เเละติดป้ายประท้วงทั่วทั้ง โถง ตึกบรรยายรวมสังคมศาสตร์(SC) โดยได้บอกว่าอาจารย์นั้นได้กล่าวว่า”…ฉันไม่สอนเด็กวัด…” เเละได้เรียกร้องให้อาจารย์ออกมาขอโทษ เเต่ก็ได้มีคลิปเสียงออกมาเพื่อชี้เเจงเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ทำให้รู้ว่าจริงๆเเล้วอาจารย์ไม่ได้กล่าวดังที่นักศึกษากลุ่มนี้ออกมาติดป้ายประท้วงกัน สำหรับใครยังไม่ได้อ่านเข้าไปอ่านตามนี้เลย>> ไม่ได้สอนเด็กวัด เด็กวัดฉันไม่ได้สอน ต่อไปนี้คือข้อมูลของกลุ่มที่เกี่ยวข้องที่ได้นำป้ายมาติดประท้วงอาจารย์ โดยข้อมูลทั้งหมดนั้น ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายบุคคลหรือกลุ่มใดทั้งสิ้น โดยอ้างจากหลักฐานที่มีอยู่ตามความเป็นจริง ขอให้ผู้อ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณ     เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่หน้าเพจของสภาหน้าโดม ได้โพสต์ข้อความว่า   เมื่อได้ทำการอ่านเเนวตั้งจะพบมีข้อความว่า “คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้เราต้องใส่ชุดนักศึกษา” เมื่อวันที่ 5 กันยายน ทางเพจของสภาหน้าโดม ได้โพสต์โดยกล่าวว่า TU130 นี้คือดินแดนแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน??? ปล. กลุ่มสภาหน้าโดมได้ติดเฉพาะกระดาษ A4 ซึ่งป้ายใหญ่ที่เอามาติดนั้นเป็นกลุ่มยุวชนธรรมศาสตร์เพื่อประชาชน ป้ายประท้วงกลุ่มยุวชนธรรมศาสตร์เพื่อประชาชน(LYTP)   ป้ายประท้วงกลุ่มสภาหน้าโดม นี่คือป้ายกระดาษ A4 ที่ทางสภาหน้าโดมยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่ได้ทำการติดป้ายประท้วง เพื่อคัดค้านการฝ่าฝืนกฎมหาวิทยาลัย มีข้อความว่า “TU130 แหกกฎมหาลัย ..

ไม่ได้สอนเด็กวัด เด็กวัดฉันไม่ได้สอน

ไม่ได้สอนเด็กวัด เด็กวัดฉันไม่ได้สอน

เมื่อตอนบ่ายของวันที่ 4 กันยายน ได้มีการเรียนการสอนวิชา TU130 ที่ บร.4 ห้อง 231 เป็นการเรียนการสอนของนักศึกษา section วันพฤหัสตอนบ่ายโมง วิชานี้มีการเเจกใบข้อสอบย่อยก่อนเดินเข้าห้องเรียนด้วย เเละมีการคัดกรองนักศึกษาที่เเต่งกายไม่สุภาพ โดย อาจารย์ผู้สอนคือ  รศ.ดร.อัญชลี จาละ ในหัวห้อ เรื่อง เทคโนโลยีชีวภาพที่มีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์ประจำวัน สำหรับวิชานี้มีนักศึกษาเรียนเป็นจำนวนมาก ก็ได้เกิดเหตุการที่นักศึกษา ได้ไปนั่งตรงบันไดทางขึ้น นั่งตามพื้น เมื่ออาจารย์ผู้สอนเห็นดังนั้นเเล้ว ก็ได้กล่าวให้นักศึกษา ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ ที่ยังพอมีเหลือว่างอยู่ เเละได้กล่าวตำหนินักศึกษา “…ไม่ได้สอนเด็กวัด เด็กวัดเขานั่งพื้นกัน…” เมื่อนักศึกษาได้ยินคำพูดน้เเล้วก็ต่างเกิดความไม่พอใจ ส่งเสียงร้องโห่ เพื่อเเสดงความไม่พอใจที่อาจารย์มาพูดเเบบนี้ มาว่าคนที่นั่งพื้นเป็นเสมือนเด็กวัด ถือการดูถูกว่าเด็กวัด เป็นถ้อยคำที่เหยียดหยามเด็กวัด ซึ่งไม่ควรจะมีการพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกจากอาจารย์ หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้ทำป้ายประท้วง มาติดทั่ว บริเวณโถง อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์(SC) โดยได้เขียนในแผ่นป้ายว่า “นั่งพื้นฉันไม่สอน เพราะเหมือนเด็กวัด TU130”  “เด็กวัดก็คน เราก็คน เด็กวัดไม่มีค่าพอที่จะให้คุณสอนหรือ”  “รศ.ดร.อัญชลี ต้องออกมาขอโทษ เด็กวัดธรรมศาสตร์ หยุดลดคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” เเละมีอีกป้ายโดยบอกว่า “TU130 ..

นศ.รุ่นพี่รับน้องดับคาชายหาด ที่ ประจวบฯ

นศ.รุ่นพี่รับน้องดับคาชายหาด ที่ ประจวบฯ

    เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ได้มีนักศึกษาไปรับน้องกันที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เเละรุ่นพ่ก็รับน้องโดยให้รุ่นน้องกินเหล้า โดยรุ่นพี่ได้กรอกเหล้าให้น้องกิน เเถมยังจับน้องเเละบังคับให้น้องคว่ำหน้าอัดเข้ากับพื้นทราย จนเกิดอาการสำลักเเละอาเจียนออกมาเป็นเลือดเเละได้เสียชีวิตคาชายหาด เมื่อตอน 10.30 ร.ต.ท.จารึก คงกระเรียน ร้อยเวรสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเเจ้งว่า มีนักศึกษาจมน้ำทะเลได้เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน เขตเทศบาลเมืองหัวหิน ได้เข้าไปตรวจสอบเเละทราบว่าเป็น นักศึกษา ปวช. ชั้นปีที่ 1 ของ วิทยาลัยย่านปทุมธานี เสียชีวิตในสภาพร่างกายซีดเซียว เลือดออกปาก เเละยังมีทรายติดอยู่เต็มลำตัว เเละคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาเเล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง คาดว่าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ก่อนที่จะได้นำศพส่งไปสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจให้เเพทย์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุการตายให้เเน่ชัดอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้มีรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงินเเละมีวัยรุ่นชายหญิงทีมากัลรถด้วย 5-6 คน สวมเสื้อช็อป ได้นำร่างคนเจ็บนอนไม่ได้สติมาไว้หลังกระบะเเละได้บอกว่าจมน้ำทะเล ก่อนทั้งหมดได้ขับรถออกไปจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ก็ได้นำผู้ป่วยเข้าห้อง ICU อย่างรวดเร็ว เเต่ก็ได้พบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตก่อนหน้านี้เเล้ว จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายเดินทางมารับน้องใหม่กับเพื่อนๆนักศึกษา โดยไม่ได้มีอาจารย์มาด้วย ที่หาดทรายน้อยหมู่บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน เเละได้พักอยู่ใกล้กับทะเล ผู้ตายได้พักรวมกับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันอีก 20 คน เเละมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากได้เปิดห้องพัก ก็ได้มีการนำของไปรับประทานกันที่ริมชายหาด จนรุ่งเช้าทราบว่ามีนักศึกษาเสียชีวิต ..

หนุ่มนิสิตจุฬาฯขายเเซนวิชช่วยเเม่ อธิการสั่ง! ห้ามให้สัมภาษณ์

หนุ่มนิสิตจุฬาฯขายเเซนวิชช่วยเเม่ อธิการสั่ง! ห้ามให้สัมภาษณ์

    เรื่องมีอยู่ว่า มีหนุ่มนิสิตจุฬา ชั้นปีที่ 2 ชื่อ นายอินทัช สัตยานุรักษ์ (เอก) ได้ออกมาขายเเซนวิชเพื่อเป็นการหาเงินไปใช้ในค่ารักษาเเม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เเละได้ดังจนเป็นข่าวในกระเเสออนไลน์ เมื่อเป็นข่าวกระเเสโด่งดังชั่วข้ามคืนเเล้ว ก็ได้มีนักข่าวหลายสำนักทำการติดต่อขอสัมภาษณ์เเละถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่ง ทีมข่าว Life on campus ได้นัดหมายกับ เอกไว้ ซึ่งทางนายเอกเองก็ยินดีที่จะให้สัมภาษณ์ หลังจากเวลาเรียนจบคาบสุดท้ายเสร็จในเวลา 16.00 น. ทีมข่าวก็ได้เดินทางไปตามที่ได้นัดหมาย เเละได้พบกับเจ้าหน้าที่ซึ่งได้เเจ้งว่า เอก กำลังคุยอยู่กับอาจารย์ในเรื่องที่เกิดขึ้นเเละเจ้าหน้าที่ก็เเจ้งว่า “ขณะนี้อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สั่งห้ามให้ นายอินทัช สัตยานุรักษ์ นิสิตคณะนิเทศน์ศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพราะมีสื่อจำนวนมาดักรอ และเข้ามาสัมภาษณ์ ซึ่งทางจุฬาฯ หวั่นเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ดีงาม ปล่อยให้นิสิตจุฬาฯ เร่ขายของ ในมหาวิทยาลัย โดยไม่ยอมช่วยเหลือ”   เเละก็บอกอีกว่า การที่เอกกำลังดัง มีนักข่าวรอสัมภาษณ์มากมายทำให้เอกไปเรียนไม่ทัน ทาง จุฬาฯ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของเอกที่เรียนอยู่ เลยอยากจะตัดปัญหาดังกล่าว เลยให้เอกงดสัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ซึ่งข่าว เอกที่ถูกเผยเเพร่นั้น เป็นข่าวที่ดี ..

นศ.หญิงอุเทนฯ ถูกกราดยิงเสียชีวิตอนาถ!

นศ.หญิงอุเทนฯ ถูกกราดยิงเสียชีวิตอนาถ!

    เหตุเกิดตอนกลางคืนของวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คนได้ขับขี่จักรยานยนต์ซึ่งไม่ทราบสีเเละก็ญี่ห้อของรถ โดยคนร้ายสวมเสื้อกันฝน ได้ขี่ไปจอดบริเวณหน้าป้ายรถโดยสารประจำทาง อยู่ใกล้ๆ บริเวณกับโอสถศาลา เเขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ได้ทำการกราดยิงใส่นักศึกษาอุเทนถวายขณะยืนรอรถเมลล์เเถวย่านสยามสเเควร์ ซึ่ง มีนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ยืนรอรถอยู่ 2 คน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 อยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นชาย 1 คน เเละหญิง 1 คน ขณะเกิดเหตุพลเมืองดีได้นำตัวนักศึกษาทั้ง 2 คนส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ นักศึกษาหญิง ที่อยู่ คณะวิศวะปี 2 ของมหาวิทยาลัยได้ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสเเละทนพิษบาดเเผลไม่ไหวจึงได้เสียชีวิตอย่างอนาถ ส่วนทางนักศึกษาชายนั้นได้รับบาทเจ็บสาหัส เเละทางคนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนี ทางผู้ที่ได้รับบาทเจ็บเองก็ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เเละยังคาดว่าเป็นการยิงผิดคน ทางตำรวจเองก็ได้ทำการประชุมเพื่อทำการหาตัวคนร้าย เเละทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้สั่งปิดเป็นเวลา 3 วัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบเรื่อง ..

ศาลยุติธรรมไม่รับรองหลักสูตร ป.โท กฎหมาย 7 มหาวิทยาลัยชื่อดัง

ศาลยุติธรรมไม่รับรองหลักสูตร ป.โท กฎหมาย 7 มหาวิทยาลัยชื่อดัง

  โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 สิหาคม 2557 ได้มีการประชุมของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 19/2557 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 8 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่ประชุมได้พิจารณาวาระทั้งหมด 4 วาระ 1. เห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ 2. มีมติเห็นชอบกำหนดหลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ 3. ให้ข้าราชการตุลาการส่งแบบแสดงความประสงค์โยกย้ายไปยังสำนัก ก.ต. 4. ไม่เห็นชอบรับรองหลักสูตรปริญญาโททางกฎหมายในการสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของ มหาวิทยาลัยจำนวน 4 แห่ง ซึ่งในวาระที่ 4 เป็นวาระที่น่าสนใจก็ คือ ในที่ประชุมของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีผลมติออกมาว่า ไม่รับรองหลักสูตรปริญญาโททางกฎหมายในการสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของ มหาวิทยาลัยจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น   มหาวิทยาลัยสยาม   มหาวิทยาลัยบูรพา และ  มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต   และให้เพิกถอนการรับรองหลักสูตรปริญญาโททางกฎหมาย ในการสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของมหาวิทยาลัยจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยตาปี    ..

MAJOR แปลชื่อหนังเป็นภาษาไทย  “STAND BY ME Doraemon สุดเกรียน!” สาวก โดเรมอน จวก!ยับ

MAJOR แปลชื่อหนังเป็นภาษาไทย “STAND BY ME Doraemon สุดเกรียน!” สาวก โดเรมอน จวก!ยับ

STAND BY ME Doraemon สุดเกรียน! หลังจากทาง เว็บไซต์ majorcineplex ได้โพสต์ ตัวอย่างหนัง จากทางญี่ปุ่น ชื่อ STAND BY ME Doraemon เเต่ชื่อได้เมื่อได้ยิน สาวกโดเรมอนถึงกลับอึ้งว่า แปลมาเเบบนี้ได้ไง โดยได้ให้ชื่อว่า “โนบิตะ กับทานุกิสีฟ้าที่หายไป”   cr.ภาพ J-HERO.COM     อ่านตัวอย่างของเรื่องกันก่อนดีกว่า วันที่เข้าฉาย 31/12/2014 เรื่องย่อ สาวกโดราเอมอนเตรียมเฮกันได้แล้ว เพราะล่าสุด โดราเอมอน การ์ตูนระดับตำนานของญี่ปุ่นจะออกฉายในรูปแบบภาพยนตร์สามมิติเป็นครั้งแรก โดย จะมีกำหนดเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่น 8 สิงหาคมนี้ เพื่อฉลองในวาระครบรอบวันเกิดปีที่ 80 ปี ของ ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ ต่างก็พากันบอกว่าไม่เหมาะสมกับชื่อเรื่อง อยากจะให้มา MAJOR เปลี่ยนชื่อเรื่องของภาษาไทย โดยบอกว่า “โดราเอมอนเขาเป็นแมวไม่ใช่หรอคะ? ชื่อหนังภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้พูดถึงทานุกินะ โดราเอมอนเขาไม่ชอบให้เรียกว่าทานุกิด้วยซ้ำ ย้ำตลอดว่าตัวเองเป็นแมว… นี่เอามาตั้งชื่อกันมั่วซั่วเองอีกแล้วหรอคะ?”   -Empty Nj  สาวกที่รักโดเรมอนยังกล่าวอีกว่า “เรารักโดเรมอนนะและเราก็รู้สึกไม่ชอบกับชื่อภาษาไทยเอาซ่ะเลย โดเรมอนในเรื่องไม่ชอบที่คนอื่นมองและเรียกตนว่าทานุกิ เพราะจิงๆโดเรมอนเป็นหุ่นยนต์แมวไม่ใช่ทานุกิ ..

THE REAL – รักคือ ft. Organ Nan [MV +เนื้อเพลง]

THE REAL – รักคือ ft. Organ Nan [MV +เนื้อเพลง]

  MV  THE REAL – รักคือ ft. Organ Nan       เนื้อเพลง THE REAL – รักคือ ft. Organ Nan **เฮ้ ฮะ อะความรัก ความรัก ความรัก ความรัก เฮ้ ฮะ บทแรก รักไม่มีค่าตอบแทน แค่ต้องการความทรงจำ ทำให้อายทำให้ she หน้าแดง ทุกวินาทีที่เดียวดายขอแค่ข้างกายมีหน้าแฟน บ้างอยากมีที่พัก บ้างมักมากอยากมีค่าแรง เธออิสระแต่ใจเจ็บดั่งค้อนตอกลงในตะปู เธอทำทุกอย่างตามใจในขณะที่ผมนั่งบ่นอยู่ในสตู เปิดแอร์ พัดลมที่บ้านไม่เคยใช้สาย เธอยังไม่เข้านอนเอาตัวแลกเงินทองมาใช้จ่าย แต่เธอก็มีหัวใจที่เต้นจังหวะเดียวกับเรา ผมจึงอยู่ใกล้เฝ้าเธอหยั่งกับเงา กุมมือเธอเปิดเพลงจรรโลงโคลงกลอน เธอยิ้มเล็กๆแล้วประคองศรีษะเธอลงนอน ใช่! เธอตั้งครรภ์ควันออกจากธูปมาลูบลงดิน ผู้ชายบางคนแม่งก็ไม่ใช่คนจริง เขาไม่เหมือนกับที่ได้ยินมา ผู้คนนินทา เธอชิงชัง สายตาเธอสงสัยว่ารักคืออะไร **รักคงเป็นดั่งเช่นพายุ ที่เข้ามาซัดสักพักก็ไป หลงเหลือเอาไว้ ..

สติกเกอร์ LINE ล้อเลียนพระพุทธเจ้า

สติกเกอร์ LINE ล้อเลียนพระพุทธเจ้า

คัดค้าน สติกเกอร์ LINE พระพุทธเจ้า เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีสติกเกอร์ Line รูปพระพุทธเจ้า ชาวพุทธเห็นเเบบนั้น ถือว่าเป็นการลบหลู่ศาสนา เเละได้รณรงค์ให้ยกเลิกขายทั่วโลก เเละร่วมกันลงชื่อในเว็บไซต์ Change.org    เพื่อคัดค้านการทำสติกเกอร์     ทาง นพ.พรชัย พิญญพงษ์ ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) ได้รับการร้องเรียนจากชาวพุทธว่า มีการนำสติกเกอร์ที่มีรูปพระพุทธเจ้าในอริยาบทต่างๆมาขายผ่านทางไลน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวพุทธเป็นอย่างมาก ถือว่าการล้อเลียนนี้ เป็นการลบหลู่พระพุทธเจ้า เเละทำให้ชาวพุทธสะเทือนใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นศาสดาที่เป็นที่พึ่งทางใจ มาถูกล้อเลียนเเบบนี้ องค์กรศาสนาเเละชาวพุทธต่างก็ได้ร่วมรณรงค์ผ่านโชเชียวเมียเดีย เพื่อเป็นการคัดค้านการขายสติกเกอร์ล้อเลียนนี้     ต้นทางของการผลิตสติกเกอร์ไลน์นั้นมาจากทางประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดทาง บริษัทไลน์ ประเทศไทย ได้ออกมาบอกว่าได้สั่งให้ระงับการจำหน่ายสติกเกอร์ไลน์นี้เเล้วเเละเตรียมออกมาชี้เเจง ซึ่งเเม้การทาง บริษัทไลน์ประเทศไทยจะมีการยกเลิกการขายสติเกอร์นี้เเล้ว เเต่ทางบริษัทไลน์สำนักงานใหญ่อาจจะส่งขายสติกเกอร์นี้ไปทั่วโลกก็ได้   รณรงค์ หยุด! ขายสติกเกอร์ไลน์พระพุทธเจ้าทั่วโลก     ถึงเเม้ในไทยจะทำการยกเลิกการจำหน่ายสติกเกอร์นี้เเล้วก็ตาม เเต่ทางสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นยังสามารถนำสติกเกอร์นี้มาขายในประเทศอื่นๆทั่วโลกได้อยู่ดี จึงเป็นหน้าที่ของชาวพุทธทั่วโลกที่จะช่วยกันหยุดการขายสติกเกอร์นี้ ไปทาง บริษัทไลน์สำนักงานใหญ่ ไม่ให้จำหน่ายสติกเกอร์ดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันพระพุทธศาสนา ทางไลน์ประเทศไทยเเจ้งว่า บริษัทไลน์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่หรือดูหมิ่นพุทธศาสนาเเต่อย่างใด เเละทาง ..

ความดีสร้างภาพ! ศธ. ผุดไอเดียทำ “พาสปอร์ตความดี” ทุกระดับชั้น

ความดีสร้างภาพ! ศธ. ผุดไอเดียทำ “พาสปอร์ตความดี” ทุกระดับชั้น

กระทรวงศึกษาธิการเนี่ยเเหละครับ เห็นข่าวก็งง ว่า ศธ.จะทำอะไรกับเหล่านักเรียนอีก หลังจากพึ่งผ่าน ศึกอันดุเดือดของการพยายามจะดันให้มีการสอบ U-NET ในระดับอุดมศึกษา โดยเฮียหน้าโหด สทศ. แต่ก็ต้องหน้าพังเเหลกไม่เป็นชิ้นดี หลังจากมีนักเรียน นักศึกษาออกมาต่อต้านเป็นจำนวนมาก เเละเรื่องนี้ก็ได้ตกไป ไม่นำมาพูดถึง เเต่ในอนาคตก็ไม่เเน่ว่า วันดีคือดี จะเอากลับมาใช้อีกหรือไม่         เเต่เเล้ววันนี้กลับมีข่าวออกมาอีกเเล้วครับว่า ศธ. ได้มีการสนับสนุนทำพาสปอร์ตความดีของนักเรียนทุกระดับชั้น โดยเมื่อวานนี้นะ วันที่ 21 ก.ค. 57  โดย นางสุทธศรี วงษ์สมาน ซึ่งเป็น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเผยว่า ที่ประชุมองค์กรหลักของ ศธ. ได้มีการเห็นชอบ ให้ทำสมุดพกความดี หรือดูดีหน่อยก็ “พาสปอร์ตความดี” (สร้างภาพได้อย่างดีด้วยนะ) ของนักเรัยนทุกระดับชั้น โดยรวมถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เเละยังไม่พอ ยังรวมเอานักศึกษานอกระบบมาทำสมุดสร้างภาพความดีอีกนะครับ หรือที่บ้านเราเรียกว่า กศน. นั้นเองครับ เอ้า!! ..